ใครเคยอ่านหนังสือหนา ๆ ที่ไม่มีสารบัญบอกไหมครับ ว่าเนื้อหาแต่ละบทอยู่หน้าประมาณไหนของหนังสือ การค้นหาเนื้อหาที่เราต้องการจะเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ ถ้าหากหนังสือเล่มนั้นไม่ได้มีสารบัญบอกเราครับ การจัดเก็บข้อมูลก็เช่นกันครับ ถ้าหากไม่ได้มีการจัดลำดับและสร้างสารบัญบอกว่าข้อมูลแต่ละส่วนอยู่ตรงไหนของพื้นที่จัดเก็บข้อมูล การค้นหาข้อมูลก็จะใช้เวลาและพลังงานที่ค่อนข้างสูงครับ ในโลกของคริปโตเคอร์เรนซีก็เช่นกันครับ หนังสือเล่มดังกล่าวก็เปรียบเสมือนบล็อกเชนตัวหนึ่ง ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากข้อมูลบนบล็อกเชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคนที่จะค้นหาข้อมูลจากบล็อกเชนก็คือนักพัฒนาแอปพลิเคชันบนบล็อกเชนครับ สมมติว่านักพัฒนาที่พัฒนาแอปพลิเคชันบน Ethereum อยากจะค้นหาข้อมูลการทำธุรกรรมบน Uniswap ถ้าหากไม่ได้มีการจัดเรียงข้อมูลที่เกิดขึ้นบนบล็อกเชนของ Ethereum ให้เป็นระเบียบ นักพัฒนาจะต้องใช้เวลานานมาก ๆ เพื่อหาในสิ่งที่ต้องการครับ วันนี้ผมจะพาทุก ๆ คนมารู้จักกับเทคโนโลยีที่ช่วยทำการจัดลำดับข้อมูล (indexing) ให้กับบล็อกเชนต่าง ๆ ซึ่งมีชื่อว่า The Graph ครับ ส่วนจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ไปติดตามกันครับ…

The Graph: Google แห่งโลกบล็อกเชน
The Graph: Google แห่งโลกบล็อกเชน

NBA Top Shot ถือเป็นหนึ่งใน GameFi ที่มีจำนวนผู้ใช้งานและปริมาณการซื้อขายสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของ GameFi ทั้งหมดนะครับ ด้วยจุดเด่นที่อ้างอิง NBA ซึ่งเป็นลีกบาสเกตบอลชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา ทั้งการแข่งขัน ผู้เล่น รวมถึงฉากในตำนานหลาย ๆ ฉาก ทำให้คอกีฬาบาสเกตบอลให้ความสนใจและสะสม NFT ต่าง ๆ ภายใน NBA Top Shot เป็นจำนวนมาก แน่นอนว่าพอพูดถึง GameFi ก็ต้องเป็นเกมที่ทำงานอยู่บนบล็อกเชนใช่ไหมครับ NBA Top Shot ก็เช่นกัน วันนี้ผมจะพาทุกคนมารู้จักกับบล็อกเชนที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง NBA Top Shot นั่นก็คือ Flow ครับ มาดูกันว่าบล็อกเชนนี้ทำงานอย่างไร และในอนาคต จะมีผลิตภัณฑ์อะไรใหม่ ๆ ออกมาให้เราใช้งานกันบ้างครับ…

Flow: Blockchain เบื้องหลัง NBA Top Shot
Flow: Blockchain เบื้องหลัง NBA Top Shot

สวัสดีครับ 🙂 ตัวผมเองตอนเขียนบทความนี้ก็อยู่ในช่วงเบญจเพสเลยครับ ผมทำงานประจำมาได้ 2 ปีกว่าละครับ เปลี่ยนงานมาหนึ่งรอบ เพราะรู้สึกว่าไม่สนุกกับงานเก่า (งานเก่าคือทำงานในบริษัทที่ปรึกษาหรือ consult ที่มีลูกค้าเป็นบริษัทประกันขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ยอมรับตรงนี้เลยว่าผมไม่ค่อยชอบสิ่งที่ทำตอนนั้นเท่าไหร่เลย) ตอนนี้มาทำงานในบริษัทเกี่ยวกับการลงทุน ตำแหน่งงานปัจจุบันคือ Data Analyst งานที่ได้ทำก็คือวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ เช่น พฤติกรรมการใช้งานของลูกค้า พฤติกรรมการลงทุน เพื่อหาวิธีในการเพิ่มฐานผู้ใช้งานและเพิ่มยอดเงินลงทุนภายในแพลตฟอร์มให้สูงขึ้น จริง ๆ แล้วผมอยากบอกทุกคนว่าผมมีความสุขกับงานปัจจุบันนะ เพราะได้ทำงานในอุตสาหกรรมที่เราอยากทำงานด้วย (ผมว่าความสุขที่ว่าน่าจะเป็นความสุขในเชิงเปรียบเทียบ เพราะที่เก่าผมไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่) แอบบอกนิดนึงว่าวันที่มาทำงานที่นี่วันแรกผมตื่นเต้นสุด ๆ เลยแหละ เวลาก็ผ่านไปเรื่อย ๆ มาจนถึงตอนนี้ก็ทำงานที่ปัจจุบันมาได้ 1 ปี 3 เดือนละครับ (เวลาช่างผ่านไปไวเหลือเกิน) ระดับความสุขผมก็ไม่ได้ต่างจากเดิมเท่าไหร่นะ (อาจจะมีลดลงบ้าง แต่ก็คงเป็นเพราะความ “เลิกเห่อ” ที่ทำงานใหม่แหละมั้ง) แต่ในช่วงนี้ก็ดันมีคำถามบางอย่างเกิดขึ้นในใจ……

เคยรู้สึกว่าตัวเองหลงทางไหมครับ? 🙂
เคยรู้สึกว่าตัวเองหลงทางไหมครับ? 🙂

Smart contract ถือเป็นฟังก์ชันที่ทำให้คริปโตเคอร์เรนซีหลาย ๆ ตัว มีการใช้งานที่หลากหลายครับ smart contract ทำให้นักพัฒนาสามารถเขียนโปรแกรมเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินที่ซับซ้อนได้ เช่น การปล่อยกู้, การทำ leverage, การทำ yield farming เป็นต้น โดยตัดตัวกลางที่เป็นมนุษย์ออกไป ทำให้หลาย ๆ คนหันมาสนใจโปรเจกต์คริปโตเคอร์เรนซีที่มีฟังก์ชัน smart contract ครับ คริปโตเคอร์เรนซีที่มีฟังก์ชัน smart contract ในปัจจุบันเกือบทั้งหมด ใช้กลไกฉันทามติ Proof-of-Stake (PoS) ครับ นั่นคือผู้ใช้งานจะมีโอกาสที่จะถูกเลือกเป็นผู้เขียนบล็อกใหม่ ตามมูลค่าของโทเคนที่ถูกวาง (stake) เป็นหลักประกันเอาไว้ ซึ่งกลไกดังกล่าวมีข้อควรระวังตรงที่ในทางทฤษฎีแล้ว หากมีผู้ใช้งานที่มีโทเคนดังกล่าวมูลค่าสูง ๆ อาจนำไปสู่การบิดเบือนข้อมูลบนบล็อกเชนได้ครับ ถ้าหากเปรียบเทียบกับบล็อกเชนที่ใช้กลไกฉันทามติ Proof-of-Work (PoW) อย่าง Bitcoin แล้ว PoS มีความปลอดภัยที่ต่ำกว่า PoW พอสมควรครับ…

Stacks: Smart Contract on Bitcoin?
Stacks: Smart Contract on Bitcoin?

โลกคริปโตเคอร์เรนซีเป็นโลกที่เต็มไปด้วยโอกาสและความเสี่ยงนะครับ เราเห็นผู้คนหลากหลายที่สร้างรายได้จากโลกคริปโตเป็นกอบเป็นกำ ในขณะเดียวกันเราก็เห็นผู้คนจำนวนไม่น้อยเลยที่สูญเงินไปนับไม่ถ้วนกับโลกแห่งสินทรัพย์ดิจิทัลใบนี้ พูดถึงการสร้างรายได้จากคริปโตเคอร์เรนซี สิ่งที่หลาย ๆ คนนึกถึง ถ้าไม่ใช่การซื้อโทเคนแล้วถือไว้ยาว ๆ ก็คงจะเป็นการเทรดโทเคน ที่มีกลไกคล้ายคลึงกับการเทรดหุ้นในแอปพลิเคชัน Streaming ของตลาดหลักทรัพย์ใช่ไหมครับ ด้วยแนวคิดซื้อถูก-ขายแพง ทำให้เราสามารถสร้างกำไรจากส่วนต่างราคา (capital gain) ของโทเคนต่าง ๆ ได้ แต่จริง ๆ แล้ว วิธีการสร้างรายได้จากโลกคริปโตเคอร์เรนซี ยังมีอีกหลายวิธีเลยครับ วันนี้ผมจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจ 8 วิธีที่ใช้สร้างรายได้จากโลกคริปโตเคอร์เรนซีครับ ซึ่งก็จะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป เผื่อจะเป็นทางเลือกสำหรับคนที่สนใจลงทุนในโลกคริปโตเคอร์เรนซี แต่อาจจะไม่ได้มีเวลามานั่งดูจอแล้วส่งคำสั่งซื้อ-ขายครับ…

8 ท่าหาเงินในโลกคริปโต
8 ท่าหาเงินในโลกคริปโต

บล็อกเชน smart contract ในปัจจุบันมีอยู่หลายบล็อกเชนนะครับ เราอาจจะเห็นบล็อกเชนต่าง ๆ มีจุดเด่นในด้านความเร็วบ้าง ความง่ายในการใช้งานบ้าง ค่าธรรมเนียม (gas) บ้าง วันนี้ผมจะพาทุก ๆ คนมารู้จักกับบล็อกเชนตัวหนึ่ง ที่หลาย ๆ คนให้เป็นหนึ่งในคู่แข่งสำคัญของ Ethereum ซึ่งเป็นบล็อกเชน smart contract ที่มีมูลค่าสูงที่สุด ซึ่งบล็อกเชนตัวนี้ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ง่ายต่อการพัฒนาต่อยอด และมีค่าธรรมเนียมที่ถูกอีกด้วย ซึ่งการมีเครื่องมือที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันบล็อกเชนได้ง่าย เปรียบเสมือนการดึงดูดนักพัฒนาให้เข้ามาพัฒนาโปรแกรมต่าง ๆ และขยายฐานผู้ใช้งานไปในตัวครับ วันนี้พาทุกคนมารู้จักกับ Near Protocol กันครับ…

Near Protocol: คู่แข่งสำคัญของ Ethereum
Near Protocol: คู่แข่งสำคัญของ Ethereum

ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่คุ้นเคยกับคริปโตเคอร์เรนซีคงจะเข้าใจถึงจุดเด่นของคริปโตเคอร์เรนซีและเทคโนโลยีบล็อกเชน และการประยุกต์ใช้งานบล็อกเชนในหลากหลายอุตสาหกรรมครับ แต่จนถึงปัจจุบันนี้ คนที่ใช้งานคริปโตเคอร์เรนซีก็ยังถือเป็นส่วนน้อยครับ เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งโลก ข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้คริปโตเคอร์เรนซียังไม่สามารถไปถึงการใช้งานในระดับกระแสหลักได้ คือความยากในการใช้งานครับ ผู้ใช้งานที่อาจจะไม่ได้คุ้นเคยกับเทคโนโลยี จะรู้สึกว่าคริปโตเคอร์เรนซีใช้งานค่อนข้างยาก จะโอนโทเคนให้กับเพื่อนก็ต้องมานั่งจดที่อยู่กระเป๋าที่เป็นรหัสอะไรก็ไม่รู้ ทำให้ผู้คนหลาย ๆ คนยังไม่ใช้งานสกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้เป็นกระแสหลักครับ วันนี้ผมจะพาทุก ๆ คนมารู้จักกับโปรเจกต์คริปโตเคอร์เรนซีตัวหนึ่งที่ตั้งใจจะขยายฐานผู้ใช้งานคริปโตเคอร์เรนซีให้เพิ่มมากขึ้น โดยทำให้การโอนโทเคนระหว่างผู้คนสามารถทำได้ด้วยการกรอกหมายเลขโทรศัพท์ (แทนที่จะเป็นที่อยู่กระเป๋า) และยังมีคุณลักษณะอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกครับ นั่นก็คือ Celo ครับ ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้น ไปติดตามกันครับ…

Celo: DeFi on Mobile
Celo: DeFi on Mobile

สวัสดีครับ :) วันนี้ขออนุญาตถอดหมวกนักเขียนสายคริปโตเคอร์เรนซีมาสวมหมวกนักเขียนรีวิวงานและบริษัทที่ทำอยู่ในปัจจุบันสักเล็กน้อยนะครับ เนื่องในโอกาสที่ผมทำงานดังกล่าวมาครบ 1 ปีพอดี ก่อนอื่นก็ขออนุญาตแนะนำตัวกันก่อนนะครับ ผมชื่อสิน ปัจจุบันทำงานเป็น Data Analyst อยู่ที่บริษัท FINNOMENA ครับ ซึ่งนอกเหนือจากงาน Data ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ผมก็ยังเป็นนักเขียนบทความคริปโตเคอร์เรนซีให้กับ FINNOMENA ภายใต้นามปากกา CodeBreaker ครับ ซึ่งบทความที่ผมเขียนจะเน้นไปทางพื้นฐานของโปรเจกต์แต่ละตัวว่าถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร มีลักษณะอย่างไรบ้าง โทเคนเป็นอย่างไร และมีข้อควรระวังอะไรก่อนลงทุน (จะไม่ได้พูดถึงการวิเคราะห์กราฟหรืออินดิเคเตอร์ต่าง ๆ สักเท่าไหร่) สำหรับใครที่สนใจอยากเข้าไปดูก็เข้าไปอ่านได้ที่นี่เลยครับ…

A Year at FINNOMENA
A Year at FINNOMENA
Pasin Sirirat

A Data specialist passionated in Investments currently working in a FinTech startup.